วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Vmware not support Windows server 2008 64 bit


เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่ผมทำ Project ethical hacking เรื่อง Microsoft Hyper-V Server ซึ่งต้องทำการติดตั้ง Windows Server 2008 R2 Standard บน Vmware แล้วเกิด Error 0xc00035a ดังรูปที่

รูปที่ 1 Error 0xc00035a




จากรูปที่ 1 ในข้างต้นเกิดจากการที่ Bios บนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้เปิดให้ Visualization Technology ในหมวดของ CPU นั้นรองรับการติดตั้งระบปฎิบัติการแบบ 64 bit ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 BIOS




 จากรูปที่ 2 ในข้างต้นให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเข้าไปปรับแต่งค่าใน BIOS ในหมวด Advanced BIOS Features แล้วเลือกที่ Visualization Technology แล้วคลิก Enabled


หมายเหตุ :: การปรับแต่งค่าใน BIOS ในรูปที่ 2 นั้นอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับของรุ่นแต่ละ BIOS

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สร้าง Bootable บน USB ด้วยโปรแกรม UNetbootin

การสร้าง Bootable บน USB ด้วยโปรแกรม UNetbootin เพื่อให้สามารถใช้ในการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ เช่น Windows, Linux, and Mac OS X. เป็นต้น หรือทำเป็นแผ่น Live USB เพื่อใช้ในการรันระบบปฎิบัติการต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อเป็นการใช้ทดแทนแผ่น CD-ROM ที่มีการใช้งานอย่างสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก  ซึ่งในปัจจุบัน USB ก็มีราคาถูกลงจากเมื่อก่อนมากรวมไปถึงคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ก็สามารถที่จะ BOOT ผ่าน USB ได้แล้วทั้งนั้นซึ่งสามารถที่จะเข้าไปทำการตั้งค่าให้สามารถ BOOT ผ่าน USB ได้โดยการเข้าไปตั้งค่าที่ BIOS ของเครื่องคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการใช้งาน

1. ดาวน์โหลดโปรแกรม UNetbootin ได้ที่เว็บไซต์ http://unetbootin.sourceforge.net/

2. ดาวน์โหลดระบบปฎิบัติการต่างๆ เช่น Windows, Linux, and Mac OS X ที่เป็นนามสกุล ISO หรือจะใช้โปรแกรม UNetbootin ดาวน์โหลดให้ก็ได้

3. เปิดโปรแกรม UNetbootin ขึ้นมาจะมี 2 ฟังก์ชั่นให้เลือก

    3.1 จากรูปที่ 1 ท่านสามารถเลือกดาวน์โหลดระบบปฎิบัติการต่างๆ ที่โปรแกรม UNetbootin นั้นมีมาให้โดยการเลือกที่ Distribution แล้วคลิกที่ช่อง Select Distribution

 
รูปที่ 1
    3.2 จากรูปที่ 2 ท่านสามารถเลือกไฟล์ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวท่านเองได้โดยการเลือกที่  Diskimage แล้วคลิกเลือกไฟล์ที่ปุ่มด้านหลังพร้อมทั้ง Drive USB ที่ต้องการจะเขียนข้อมูลลงไปแล้วกดปุ่ม OK

รูปที่ 2


 ปล. หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การตั้งค่า VMWARE Workstation ใน Version สูงๆ ให้สามารถไปเปิดกับ Version ที่ต่ำกว่า

เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของผมนั้นภายในห้องปฎิบัติการจะมีคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักศึกษาใช้ในการทดลองการทำ Lab ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องทำการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ ลงบน VMWARE Server 1.0 เพื่อใช้ในการทดสอบช่องโหว่ของระบบปฎิบัติการนั้นๆ ซึ่งเพื่อนผมส่วนใหญ่จะชอบใช้ VMWARE Workstation ในการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Note book ของตัวเองแล้วนำไฟล์ image ไปเปิดที่มหาลัยแต่ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เพราะมันเป็นคนละ Version กัน
ทำให้ต้องมีการตั้งค่านิดหน่อยบน VMWARE Workstation ดังนี้

1. เปิดโปรแกรม VMWARE Workstation ขึ้นมาแล้วไปที่ File เลือกที่ virtual machine

2. เลือกที่ Custom ดังรูปที่ 1


3. เลือก Hardware compatibility เป็น VMWARE Workstation 5 เพื่อให้รองรับการเปิดใช้งานบน VMWARE Server 1.0 ที่มหาวิทยาลัย


ปล. ผมหวังว่าเพื่อนๆ ทีมหาลัยจะได้ไม่บ่นอีกนะครับว่าไม่สามารถเปิดได้

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

Thailand WiMAX Summit 2011

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติร่วมกับ IEEE 802.16 Working
Group และ IEEE 802.21 Working Group จัดสัมมนาวิชาการ "Thailand WiMAX Summit
2011"
ในวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2554 เวลา 8:30 - 12:00 น ณ ห้อง Lotus Suite 7 โรงแรม
Centara Grand at CentralWorld กรุงเทพฯ

สัมมนาเกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐาน IEEE 802.16 (WiMAX) และ IEEE 802.21 (Media
Independent Handover Services)
รวมถึงสถานะของการพัฒนา IMT-Advanced

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://wimaxitvalley.org/tws/

ขอเรียนเชิญท่านและผู้ที่สนใจร่วมสัมมนา ลงทะเบียนได้ที่
http://wimaxitvalley.org/tws/register.php

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Putty Security Alert

เรื่องนี้เกิดจากความสงสัยของตัวผมเองที่เกิดขึ้นหลังจากได้ใช้ Program Putty ในการ Remote เข้าไปควบคุมเครื่อง Server เครื่องหนึ่งที่อยู่ในระยะไกล ทุกๆ ครั้งที่ใช้ Program Putty ในการ Remote เข้าไปครั้งแรกจะเกิดข้อความอะไรบ้างอย่างปรากฎขึ้นมาแต่ทุกครั้งผมก็จะกด Yes แต่ในครั้งนี้ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาผมจึงนั่งอ่านและหาข้อมูลว่ามันคืออะไรจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังว่าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร
 รูปที่ 1
จากรูปที่1 หลังจากที่เราทำการกรอก IP address ที่ช่อง Host Name(or IP address) แล้วคลิกที่ปุ่ม Open จะเห็นข้อความฟ้องขึ้นมาดังรูปที่ 2 
รูปที่ 2 
หลังจากที่ผมนั่งอ่านคร่าวๆ ก็คิดว่าสิ่งที่มันแจ้งขึ้นมานั้นเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเราสามารถเพิ่มค่า host key หรือค่า rsa2 key fingerprint ของเครื่อง server ไปเก็บไว้ใน Cached ของ registry บนเครื่อง Windows ที่เราใช้ในการเชื่อมต่ออยู่นั้นถ้าเราเชื่อมั่นหรือเชื่อใจในเครื่อง Server เครื่องนี้ว่าเป็นเครื่องที่ถูกต้องและเราก็ใช้งานอยู่เป็นประจำ เหตุผลก็เพราะว่าการทำงานของโปรโตคอล SSH มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีบนระบบเครือข่าย Network ที่ผู้ใช้งานอาจจะถูกหลอกหรือแอบเปลี่ยนเส้นทางการเชื่อมต่อไปยังเครื่อง Server ของผู้ที่ประสงค์ร้ายเพื่อทำการขโมยข้อมูล UserName และ Password จากเราไป ถ้าเป็นเช่นนี้เราควรที่จะเปิดการใช้งานโปรโตคอล SSH หลังจากที่เราติดตั้งเครื่อง Server เสร็จแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อหรือ Remote เข้าไปควบคุมเครื่อง Server แล้วเพิ่มค่า host key ที่โปรโตคอล SSH นั้นสร้างขึ้นมาบนเครื่อง Server ทำให้เรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพราะว่า host key ที่สร้างขึ้นทางฝั่ง Server นั้นจะไม่มีทางซ้ำกันได้และเราก็ได้เพิ่มเข้าไปในเครื่อง Client ตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดตั้งเครื่อง Server เสร็จทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นเครื่อง Server ของเราอย่างแน่นอนและในครั้งต่อไปที่เราทำการเชื่อมต่อเข้ามาในเครื่อง Server นี้เป็นครั้งที่ 2 จะไม่มีข้อความฟ้องขึ้นมาอีกแต่ถ้าเกิดวันดีคืนดีเกิดข้อความฟ้องขึ้นมาเราก็เตรียมใจได้เลยว่าโดนเล่นซะแล้ว เราก็ไม่ควรที่จะกด Yes บนข้อความที่ฟ้องขึ้นมาอีกให้้กดที่ Cancel แทนเพื่อเป็นการป้องกันการถูกขโมยข้อมูล

หมายเหตุ :: host key จากฝั่ง Server เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ Start -->Run-->แล้วพิมพ์คำว่า regedit ใช่องว่างแล้วกด Enter จากนั้นก็เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\SimonTatham\PuTTY\SshHostKeys จะเห็นดังรูปที่ 3
รูปที่ 3

อ้างอิง :: http://winscp.net/eng/docs/ssh
             http://www.electrictoolbox.com/article/applications/ssh-putty/

วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

เทคนิคสำหรับการตั้งค่าค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ google.com ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ Firefox โดยที่ไม่ต้องกดปุ่มกลางที่เมาส์

หลังจากที่ห่างหายการเขียนบทความไปนานวันนี้ได้มีช่วงหยุดพักยาวตั้งแต่วันที่ 13-17 พฤษภาคม 2554 ทำให้ผมได้มีเวลามาเขียนทิปการการตั้งค่าค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ google.com ด้วยเว็บเบราว์เซอร์ Firefox  โดยที่ไม่ต้องกดปุ่มกลางที่เมาส์เพื่อให้หน้าแสดงผลการค้นหาที่เราต้องการให้แสดงผลนั้นเปิดหน้าต่างขึ้นหน้าใหม่บนเบราว์เซอร์ ซึ่งปกติการคลิกที่ปุ่มด้านซ้ายมือบนเมาส์เพื่อเปิดหน้าการค้นหาบนเว็บเบราว์เซอร์ Firefox นั้นจะเป็นการเปิดมาทับหน้าต่างเดิมของการแสดงผลการค้นหาทำให้ผู้ที่ชอบค้นหาข้อมูลบน google อย่างผมเกิดความรำคาญใจผมจึงตัดสินลงเข้าไปเล่นการตั้งค่าที่หน้าเว็บไซต์ของ google  ด้วยความบังเอิญมันสามารถทำได้จริงๆ ผมจึงเอาเทคนิคง่ายๆ นี้มาฝากกันครับ ซึ่งหลังจากที่เราตั้งค่าเสร็จแล้วเราก็จะสามารถคลิกที่ปุ่มซ้ายมือบนเมาส์ให้สามารถเปิดหน้าต่างแสดงผลการค้นหาขึ้นมาหน้าใหม่ได้เลยเหมือนกับการคลิกที่ปุ่มกลางของเมาส์ทำให้เราใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น หลายๆ ท่านที่ได้ฟังคงเข้าใจได้นะครับสำหรับท่านที่ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์ Firefox ในการท่องอินเทอร์เน็ตบ่อยๆ
ขั้นตอนมีดังนี้
1.เข้าไป www.google.com
2.คลิกที่ลิงค์ "ลงชื่อเข้าสุู่ระบบ" ที่ขวามือมุมบนของเว็บเบราว์เซอร์
3.กรอก uesrname และ password ที่ท่านมีด้วย Account gmail
4.คลิกที่ลิงค์ "การตั้งค่า" ที่ขวามือมุมบนของเว็บเบราว์เซอร์ แล้วเลือก "การตั้งค่าการค้นหา"

5.เลื่อนเมาส์ลงมาล่างสุดเพื่อหาหัวข้อที่ชื่อว่า "หน้าผลการค้นหา" แล้วติ๊กที่ปุ่มข้างหน้าข้อความ "" สุดท้ายให้ทำการกดปุ่ม "จัดเก็บการตั้งค่า" ที่มุมล่างขวามือ
เพียงเท่านี้เราก็สามารถใช้งานได้แล้วครับผมคิดว่าบทความน่าจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยนะครับ









วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

G Data InternetSecurity 2011 ดีจริงหรือ

วันนี้ผมได้ไปเดินเล่นที่ห้างเซียร์รังสิตเหมือนทุกครั้งที่ผมทำเมื่อมีเวลาว่างๆ อย่างเช่นวันนี้ผมได้เดินเขาไปดูร้านขาย Computer ร้านหนึ่งแล้วเจอเข้ากับ Antivirus ตัวใหม่ที่เพิ่งจะนำเข้ามาในประเทศไทยได้ไม่นานนักแต่สำหรับต่างประเทศในฝั่งแถบยุโรปนั้นใช้กันมานานกว่า 25 ปี ซึ่ง Antivirus ตัวนี้มีชื่อว่า G Data ซึ่งประเทศเยอรมันเป็นคนผลิตผมจะอธิบายว่าทำไมผมถึงยอมเสียเงินซื้อ Antivirus ตัวนี้
G Data Security-Software นั้นมีอยู่ 2 ประเภท คือ
  • ผู้ใช้ทั่วไป
  • องค์กรและธุรกิจ
ในส่วนของผู้ใช้งานทั่วไปตามบ้านหรือส่วนตัวจะประกอบไปด้วย 3 ตัวดังนี้
  • G Data AntiVirus
  • G Data InternetSecurity
  • G Data Total Care G Data InternetSecurity
ซึ่งผมจะขอกล่าวถึงข้อมูลทั่วไปของ G Data InternetSecurity ที่ผมเลือกซื้อมาจากเว็บไซต์

คำนิยาม G Data InternetSecurity พอสังเขป
                                   ง่าย ปลอดภัย และประหยัดทรัพยากรเครื่อง:
การป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้งาน ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย, G Data InternetSecurity ยังช่วยปกป้องกิจกรรมออนไลน์ทั้งหมดโดยการทำงานของไฟร์วอลล์แบบอัตโนมัติไม่ต้องพบคำถามที่น่ารำคาญใจ การทำงานที่ยอดเยี่ยมโดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของคอมพิวเตอร์ หรือ ผู้ใช้แต่อย่างใด - ประสบความสำเร็จในการป้องกันแฮกเกอร์ ไวรัส สแปม เพิ่มการควบคุมการใช้งานอินเตอร์เน็ตและการเข้าถึงเว็ปไซด์ต่างๆ
      การปกป้องสูงสุด จากผลการชนะเลิศการทดสอบ:
การตรวจหาไวรัสได้มากที่สุด และ ประสิทธิภาพการค้นพบไวรัสที่ยอดเยี่ยมด้วยเทคโนโลยี Double Scan เป็นเวลาหลายปีที่ชนะเลิศในการค้นหาไวรัสตัวใหม่ได้เร็วที่สุด
ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดสำหรับการตรวจหาไวรัสที่ไม่รู้จัก (ตรวจสอบจากพฤติกรรม, heuristics, Cloud Security)
      ง่ายต่อผู้ใช้งาน - เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น:
  • อินเตอร์เฟสที่ใช้งานง่ายเพียง "คลิ๊กเดียว" จัดการให้อัตโนมัติ
  • กลไกการทำงานทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่รบกวนผู้ใช้งาน
  •   การทำงานของ Firewall เป็นไปโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องพบคำถามที่น่ารำคาญ
ความต้องการของระบบ
  • (32/64Bit): Windows 7 / Vista / XP (SP2 or higher), at least 512 MB RAM
จุดเด่นและเทคโนโลยีที่เหนือกว่า
  • Double Scan ของ G DATA เป็นการรวบรวมผสมผสานกลไกการป้องกันของแอนตี้ไวรัสที่ดีที่สุด 2 ตัวเอาไว้ด้วยกัน คือ Avast and BitDefender ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลอดภัยเป็น 2 เท่า โดยไม่ลดประสิทธิภาพการทำงานและไม่กินทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์
  • CloudSecurity ของ OutBreak Shield ทำให้สามารถตรวจพบภัยคุกคามใหม่ ๆ รวมถึงสแปม ได้อย่างรวดเร็วก่อนใคร
  • Spreading pattern ทำให้การสแกนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แม่นยำ และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสและภัยคุกคาม ช่วยลดการใช้ทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์
  • ลดปัญหาการตรวจจับที่ผิดพลาดด้วยเทคโนโลยี Whitelisting ช่วยจดจำไฟล์ System ที่สำคัญต่าง ๆ ทำให้เราเลิกกังวลกับปัญหาการบล็อคไฟล์ ลบไฟล์ System ที่ดีในระบบปฏิบัติการออกไป
  • Fingerprinting ลดการตรวจจับและสแกนซ้ำซ้อน ช่วยจดจำไฟล์ที่สแกนไปแล้วและพบว่าปลอดภัย จะไม่ทำการสแกนซ้ำอีก โดยพิสูจน์ได้จากการสแกนซ้ำอีกครั้ง ซึ่งให้ผลรวดเร็วมากขึ้น
  • G Data Shredder ช่วยจัดการลบไฟล์ซ้อนเร้นหรือไฟล์ข้อมูลสำคัญต่างๆ ที่ต้องลบทิ้งแบบถาวร หมดปัญหาการแฮกค์ข้อมูลสำคัญ
·         G Data จะสแกนอีเมล์ที่เข้ามาและข้อความ IM, และมีเครื่องมือ Antispam ของตัวเอง สำหรับ antiphishing, G - Data InternetSecurity 2011 ไม่ได้ใช้แถบเครื่องมือบนเว็บเบราว์เซอร์ แต่ใช้การอ้างอิงข้อมูลจาก Netcraft เพื่อระบุและปิดกั้นเว็บไซต์ฟิชชิ่ง

รางวัลต่างๆ ที่ได้รับพอสังเขป
·         Top Standalone Antivirus Software for 2010
จากนิตยสาร PCWorld
·         99.8% On-demand Detection of Malicious Software
จาก AV Comparative.org AV-test.org
·         99.8% GDATA's AVK 2009 Topped the charts for both "malware" and ad-and spyware
จาก AV Comparative.org AV-test.ort

คู่มือการติดตั้งท่านสามารถดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ http://www.gdata.in.th/forum/index.php
VDO สอนการติดตั้งและลงทะเบียน G Data Antivirus สามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://gdatashowcase.blogspot.com/

อ้างอิงข้อมูล :: http://www.gdata.in.th/forum/index.php, http://www.av-test.org/