วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การ Downgrading ไฟล์ image Vmware Workstation เวอร์ชั่น 9 ไปเป็นไฟล์ image Vmware Workstation เวอร์ชั่น 8 และ เวอร์ชั่น 7

            เนื่องจากช่วงเวลานี้ผมได้เข้าอบรมหลักสูตร Certified Hacking Forensics Investigator (CHFIv8) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้เกิดปัญหาเรื่อง Vmware image ที่ได้รับมาใน
ในการอบรมครั้งนี้เป็น Vmware Workstation เวอร์ชั่น 9 ซึงไม่สามารถที่จะเปิดบน Vmware Workstation เวอร์ชั่น 8 บนเครื่อง Notebook ของผมได้ ผมจึงได้หาทางแก้ไขและได้เขียนบทความนี้ขึ้นมาดังขั้นตอนดังต่อนี้
  1. ทำการ Backup ไฟล์ Vmware image ของ Vmware Workstation เวอร์ชั่น 9 
  2. ทำการแก้ไขไฟล์ Vmware image ที่มีนามสกุล .vmx ยกตัวอย่างชื่อไฟล์ vm2008R2-CHFI.vmx ผมทำการเปิดไฟล์ด้วยโปรแกรม Notepad++ เพื่อการแก้ไขจาก config.version = "9" เป็น config.version = "8" และ virtualHW.version = "9" เป็น virtualHW.version = "8" ดังภาพที่ 1
  3. ภาพที่ 1

    หมายเหตุ :: ในกรณีที่ Vmware Workstation ของท่านเป็นเวอร์ชั่น 7 ก็สามารถแก้ไขเป็นเวอร์ชั่น 7 ได้เลย แต่สำหรับท่านใดที่มี Vmware Workstation ต่ำกว่าเวอร์ชั่น 7 ลงไปท่านจะต้องทำการแก้ไข virtual hardware เพิ่มเติมจาก scsi0.virtualDev = “lsisas1068” เป็น scsi0.virtualDev = “lsilogic” เนื่องจาก Vmware Workstation เวอร์ชั่นที่ต่ำกว่าเวอร์ชั่น 7 ไม่รู้จัก virtual hardware

    อ้างอิง :: http://communities.vmware.com/thread/338404?start=0&tstart=0

     

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

SSH Login Banner Messages บนระบบปฎิบัติการ Linux

การทำตามมาตรฐาน ISO27001 ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ในหัวข้อ 11.5 Access Control ที่หัวข้อย่อย 11.5.1 เกี่ยวกับขั้นตอนการควบคุมการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตในการตรวจสอบจะต้องมีหัวข้อการทำข้อความแจ้งเตือนหรือที่เรียกว่า Banner Messages เพื่อเป็นแจ้งเตือนแก่ผู้ที่ไม่มีสิทธิในการเข้าถึงระบบผ่านทางโปรโตคอล SSH ให้ทราบถึงข้อบังคับทางกฎหมาย
 
ขั้นตอนการทำ SSH Login Banner Messages บนระบบปฎิบัติการ Linux 

1.  การทำ SSH Login Banner Messages บน CentOS 6.4 จะมี 2 ไฟล์คือ

issue.net คือ แสดงข้อความแจ้งเตือนก่อนการ Login เข้าสู่ระบบ

motd คือ แสดงข้อความเมื่อทำการ Login เสร็จแล้ว

 
2.  ทำการสร้างข้อความแจ้งเตือนที่ไฟล์ issue.net

# vi /etc/issue.net

เพิ่มข้อความแจ้งเตือน



พิมพ์ wq เพื่อทำการ save ข้อมูล
 
 
3.  เปิดการใช้งานข้อความแจ้งเตือนบนโปรโตคอล SSH
 
        # vi /etc/ssh/sshd_config
 
      บรรทัดที่ 129 จาก
 
      #Banner none
 
      เปลี่ยนเป็น
 
      Banner  /etc/issue.net
 
      พิมพ์ wq เพื่อ save ข้อมูล
 
4ทำการ Restart Service ของโปรดตคอล SSH ด้วยคำสั่ง
 
# service sshd restart
 
5.  ทดสอบด้วยโปรแกรม Putty
 








วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

Vmware not support Windows server 2008 64 bit


เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนที่ผมทำ Project ethical hacking เรื่อง Microsoft Hyper-V Server ซึ่งต้องทำการติดตั้ง Windows Server 2008 R2 Standard บน Vmware แล้วเกิด Error 0xc00035a ดังรูปที่

รูปที่ 1 Error 0xc00035a




จากรูปที่ 1 ในข้างต้นเกิดจากการที่ Bios บนเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นไม่ได้เปิดให้ Visualization Technology ในหมวดของ CPU นั้นรองรับการติดตั้งระบปฎิบัติการแบบ 64 bit ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2 BIOS




 จากรูปที่ 2 ในข้างต้นให้ทำการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วเข้าไปปรับแต่งค่าใน BIOS ในหมวด Advanced BIOS Features แล้วเลือกที่ Visualization Technology แล้วคลิก Enabled


หมายเหตุ :: การปรับแต่งค่าใน BIOS ในรูปที่ 2 นั้นอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับของรุ่นแต่ละ BIOS

วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สร้าง Bootable บน USB ด้วยโปรแกรม UNetbootin

การสร้าง Bootable บน USB ด้วยโปรแกรม UNetbootin เพื่อให้สามารถใช้ในการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ เช่น Windows, Linux, and Mac OS X. เป็นต้น หรือทำเป็นแผ่น Live USB เพื่อใช้ในการรันระบบปฎิบัติการต่างๆ ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เพื่อเป็นการใช้ทดแทนแผ่น CD-ROM ที่มีการใช้งานอย่างสิ้นเปลืองเป็นอย่างมาก  ซึ่งในปัจจุบัน USB ก็มีราคาถูกลงจากเมื่อก่อนมากรวมไปถึงคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ๆ ก็สามารถที่จะ BOOT ผ่าน USB ได้แล้วทั้งนั้นซึ่งสามารถที่จะเข้าไปทำการตั้งค่าให้สามารถ BOOT ผ่าน USB ได้โดยการเข้าไปตั้งค่าที่ BIOS ของเครื่องคอมพิวเตอร์

ขั้นตอนการใช้งาน

1. ดาวน์โหลดโปรแกรม UNetbootin ได้ที่เว็บไซต์ http://unetbootin.sourceforge.net/

2. ดาวน์โหลดระบบปฎิบัติการต่างๆ เช่น Windows, Linux, and Mac OS X ที่เป็นนามสกุล ISO หรือจะใช้โปรแกรม UNetbootin ดาวน์โหลดให้ก็ได้

3. เปิดโปรแกรม UNetbootin ขึ้นมาจะมี 2 ฟังก์ชั่นให้เลือก

    3.1 จากรูปที่ 1 ท่านสามารถเลือกดาวน์โหลดระบบปฎิบัติการต่างๆ ที่โปรแกรม UNetbootin นั้นมีมาให้โดยการเลือกที่ Distribution แล้วคลิกที่ช่อง Select Distribution

 
รูปที่ 1
    3.2 จากรูปที่ 2 ท่านสามารถเลือกไฟล์ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของตัวท่านเองได้โดยการเลือกที่  Diskimage แล้วคลิกเลือกไฟล์ที่ปุ่มด้านหลังพร้อมทั้ง Drive USB ที่ต้องการจะเขียนข้อมูลลงไปแล้วกดปุ่ม OK

รูปที่ 2


 ปล. หวังว่าข้อมูลเหล่านี้คงจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย

วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

การตั้งค่า VMWARE Workstation ใน Version สูงๆ ให้สามารถไปเปิดกับ Version ที่ต่ำกว่า

เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของผมนั้นภายในห้องปฎิบัติการจะมีคอมพิวเตอร์เพื่อให้นักศึกษาใช้ในการทดลองการทำ Lab ต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องทำการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ ลงบน VMWARE Server 1.0 เพื่อใช้ในการทดสอบช่องโหว่ของระบบปฎิบัติการนั้นๆ ซึ่งเพื่อนผมส่วนใหญ่จะชอบใช้ VMWARE Workstation ในการติดตั้งระบบปฎิบัติการต่างๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ Note book ของตัวเองแล้วนำไฟล์ image ไปเปิดที่มหาลัยแต่ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เพราะมันเป็นคนละ Version กัน
ทำให้ต้องมีการตั้งค่านิดหน่อยบน VMWARE Workstation ดังนี้

1. เปิดโปรแกรม VMWARE Workstation ขึ้นมาแล้วไปที่ File เลือกที่ virtual machine

2. เลือกที่ Custom ดังรูปที่ 1


3. เลือก Hardware compatibility เป็น VMWARE Workstation 5 เพื่อให้รองรับการเปิดใช้งานบน VMWARE Server 1.0 ที่มหาวิทยาลัย


ปล. ผมหวังว่าเพื่อนๆ ทีมหาลัยจะได้ไม่บ่นอีกนะครับว่าไม่สามารถเปิดได้

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

Thailand WiMAX Summit 2011

ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติร่วมกับ IEEE 802.16 Working
Group และ IEEE 802.21 Working Group จัดสัมมนาวิชาการ "Thailand WiMAX Summit
2011"
ในวันจันทร์ที่ 19 กันยายน 2554 เวลา 8:30 - 12:00 น ณ ห้อง Lotus Suite 7 โรงแรม
Centara Grand at CentralWorld กรุงเทพฯ

สัมมนาเกี่ยวกับการพัฒนามาตรฐาน IEEE 802.16 (WiMAX) และ IEEE 802.21 (Media
Independent Handover Services)
รวมถึงสถานะของการพัฒนา IMT-Advanced

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูรายละเอียดได้ที่ http://wimaxitvalley.org/tws/

ขอเรียนเชิญท่านและผู้ที่สนใจร่วมสัมมนา ลงทะเบียนได้ที่
http://wimaxitvalley.org/tws/register.php

วันพุธที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2554

Putty Security Alert

เรื่องนี้เกิดจากความสงสัยของตัวผมเองที่เกิดขึ้นหลังจากได้ใช้ Program Putty ในการ Remote เข้าไปควบคุมเครื่อง Server เครื่องหนึ่งที่อยู่ในระยะไกล ทุกๆ ครั้งที่ใช้ Program Putty ในการ Remote เข้าไปครั้งแรกจะเกิดข้อความอะไรบ้างอย่างปรากฎขึ้นมาแต่ทุกครั้งผมก็จะกด Yes แต่ในครั้งนี้ผมเกิดความสงสัยขึ้นมาผมจึงนั่งอ่านและหาข้อมูลว่ามันคืออะไรจะได้นำมาเล่าสู่กันฟังว่าแท้ที่จริงแล้วมันคืออะไร
 รูปที่ 1
จากรูปที่1 หลังจากที่เราทำการกรอก IP address ที่ช่อง Host Name(or IP address) แล้วคลิกที่ปุ่ม Open จะเห็นข้อความฟ้องขึ้นมาดังรูปที่ 2 
รูปที่ 2 
หลังจากที่ผมนั่งอ่านคร่าวๆ ก็คิดว่าสิ่งที่มันแจ้งขึ้นมานั้นเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเราสามารถเพิ่มค่า host key หรือค่า rsa2 key fingerprint ของเครื่อง server ไปเก็บไว้ใน Cached ของ registry บนเครื่อง Windows ที่เราใช้ในการเชื่อมต่ออยู่นั้นถ้าเราเชื่อมั่นหรือเชื่อใจในเครื่อง Server เครื่องนี้ว่าเป็นเครื่องที่ถูกต้องและเราก็ใช้งานอยู่เป็นประจำ เหตุผลก็เพราะว่าการทำงานของโปรโตคอล SSH มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการโจมตีบนระบบเครือข่าย Network ที่ผู้ใช้งานอาจจะถูกหลอกหรือแอบเปลี่ยนเส้นทางการเชื่อมต่อไปยังเครื่อง Server ของผู้ที่ประสงค์ร้ายเพื่อทำการขโมยข้อมูล UserName และ Password จากเราไป ถ้าเป็นเช่นนี้เราควรที่จะเปิดการใช้งานโปรโตคอล SSH หลังจากที่เราติดตั้งเครื่อง Server เสร็จแล้ว ให้ทำการเชื่อมต่อหรือ Remote เข้าไปควบคุมเครื่อง Server แล้วเพิ่มค่า host key ที่โปรโตคอล SSH นั้นสร้างขึ้นมาบนเครื่อง Server ทำให้เรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเพราะว่า host key ที่สร้างขึ้นทางฝั่ง Server นั้นจะไม่มีทางซ้ำกันได้และเราก็ได้เพิ่มเข้าไปในเครื่อง Client ตั้งแต่ครั้งแรกที่ติดตั้งเครื่อง Server เสร็จทำให้มั่นใจได้ว่าเป็นเครื่อง Server ของเราอย่างแน่นอนและในครั้งต่อไปที่เราทำการเชื่อมต่อเข้ามาในเครื่อง Server นี้เป็นครั้งที่ 2 จะไม่มีข้อความฟ้องขึ้นมาอีกแต่ถ้าเกิดวันดีคืนดีเกิดข้อความฟ้องขึ้นมาเราก็เตรียมใจได้เลยว่าโดนเล่นซะแล้ว เราก็ไม่ควรที่จะกด Yes บนข้อความที่ฟ้องขึ้นมาอีกให้้กดที่ Cancel แทนเพื่อเป็นการป้องกันการถูกขโมยข้อมูล

หมายเหตุ :: host key จากฝั่ง Server เราสามารถเข้าไปดูได้ที่ Start -->Run-->แล้วพิมพ์คำว่า regedit ใช่องว่างแล้วกด Enter จากนั้นก็เข้าไปที่ HKEY_CURRENT_USER\Software\SimonTatham\PuTTY\SshHostKeys จะเห็นดังรูปที่ 3
รูปที่ 3

อ้างอิง :: http://winscp.net/eng/docs/ssh
             http://www.electrictoolbox.com/article/applications/ssh-putty/